ดาวน์โหลดบทความ ดาวน์โหลดบทความ

ใน Excel คุณ copy สูตร (formula) ไปใส่ทีเดียวทั้งแถวหรือคอลัมน์ได้เลย แต่บางทีก็ไม่ได้ผลอย่างที่คาด ถ้าผลลัพธ์ผิด หรือเจอ error อย่าง #REF และ /DIV0 ก็อย่าเพิ่งหงุดหงิดไป เพราะไม่ต้องมานั่งแก้ spreadsheet ขนาด 5,000 บรรทัดทีละเซลล์อย่างที่คิด บทความวิกิฮาวนี้จะแนะนำวิธีการ copy สูตรไปไว้เซลล์อื่นแบบง่ายๆ ให้คุณเอง

วิธีการ 1
วิธีการ 1 ของ 4:

ใช้ฟังก์ชั่น Find and Replace เพื่อ copy สูตรแบบเป๊ะๆ

ดาวน์โหลดบทความ
  1. บางทีคุณก็มี spreadsheet ขนาดใหญ่ มีสูตรต่างๆ เต็มไปหมด แล้วยังอยาก copy สูตรทั้งหมด แบบเป๊ะๆ ถ้าต้องมานั่งเปลี่ยนทุกอย่างโดยอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ (absolute cell references) คงเหนื่อยน่าดู โดยเฉพาะถ้าเดียวต้องเปลี่ยนกลับทีหลัง แค่ทำตามวิธีการที่บทความวิกิฮาวนี้แนะนำ ก็ย้ายสูตรโดยอ้างอิงแบบสัมพันธ์ (relative cell references) ไปตรงไหนก็ได้ ไม่ต้องเปลี่ยนการอ้างอิงเซลล์ [1] ตัวอย่าง spreadsheet ในบทความวิกิฮาวนี้ จะเป็นการ copy สูตรจากคอลัมน์ C ไปใส่คอลัมน์ D โดยไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C คอลัมน์ D
    แถว 1 944 กบ = A1 /2
    แถว 2 636 คางคก = A2 /2
    แถว 3 712 จิ้งเหลน = A3 /2
    แถว 4 690 งู = A4 /2
    • ถ้าแค่จะ copy สูตรไปใส่เซลล์เดียว ก็ข้ามไปขั้นตอนสุดท้าย ("ลองใช้วิธีทางเลือก") ของวิธีการนี้ได้เลย
  2. shortcut นี้ใช้ได้ทั้งใน Windows และ macOS
  3. พิมพ์ "=" ในช่อง "Find what" แล้วพิมพ์อักขระอื่นในช่อง "Replace with" คลิก Replace All เพื่อเปลี่ยนสูตรทั้งหมด (ที่ปกติจะขึ้นต้นด้วยเครื่องหมายเท่ากับ) ไปเป็นสตริงข้อความ ที่เริ่มต้นด้วยอักขระอื่น ให้ใช้อักขระอื่นที่ไม่ได้ใช้ใน spreadsheet เช่น เปลี่ยนเป็น # หรือ & หรือสตริงข้อความที่ยาวขึ้น เช่น ##&
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C คอลัมน์ D
    แถว 1
    944 กบ ##& A1 /2
    แถว 2
    636 คางคก ##& A2 /2
    แถว 3
    712 จิ้งเหลน ##& A3 /2
    แถว 4
    690 งู ##& A4 /2
    • ห้ามใช้อักขระอย่าง * หรือ ? เพราะจะทำให้ยุ่งยากในขั้นตอนหลังๆ
  4. เลือกเซลล์ที่จะ copy จากนั้นกด Ctrl + C (PC) หรือ Cmd + C (Mac) เพื่อ copy จากนั้นเลือกเซลล์ที่จะ paste ไป แล้วกด Ctrl + V (PC) หรือ Cmd + V (Mac) เพื่อ paste พอไม่ถูกมองเป็นสูตรแล้ว ก็จะ copy ออกมาได้เป๊ะๆ
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C คอลัมน์ D
    แถว 1
    944 กบ ##& A1 /2 ##& A1 /2
    แถว 2
    636 คางคก ##& A2 /2 ##& A2 /2
    แถว 3
    712 จิ้งเหลน ##& A3 /2 ##& A3 /2
    แถว 4
    690 งู ##& A4 /2 ##& A4 /2
  5. ใช้ Find & Replace อีกรอบ เพื่อเปลี่ยนทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิม. พอได้ทุกสูตรที่ต้องการแล้ว ให้ใช้ "Replace All" อีกรอบ เพื่อคืนค่าเดิม ในตัวอย่างนี้คือให้ค้นหาสตริงอักขระ "##&" แล้วเปลี่ยนเป็น "=" ตามเดิม เพื่อให้เซลล์พวกนี้กลับมาเป็นสูตรอีกครั้ง เท่านี้ก็แก้ไข spreadsheet ได้ตามปกติ
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C คอลัมน์ D
    แถว 1
    944 กบ = A1 /2 = A1 /2
    แถว 2
    636 คางคก = A2 /2 = A2 /2
    แถว 3
    712 จิ้งเหลน = A3 /2 = A3 /2
    แถว 4
    690 งู = A4 /2 = A4 /2
  6. ถ้าวิธีการที่อธิบายไปด้านบนใช้ไม่ได้ผล หรือกลัวเผลอเปลี่ยนเนื้อหาของเซลล์อื่นด้วยตัวเลือก "Replace all" ก็ยังมีอีก 1 - 2 วิธีให้ได้ลอง
    • คุณ copy สูตรจากเซลล์เดียวได้แบบไม่ต้องเปลี่ยนการอ้างอิง ให้เลือกเซลล์ แล้ว copy สูตรที่ขึ้นในแถบสูตรทางด้านบนของหน้าต่าง (ไม่ใช่ในเซลล์) กด Esc เพื่อปิดแถบสูตร แล้ว paste สูตรตรงที่ต้องการได้เลย
    • กด Ctrl และ ` (อยู่คีย์เดียวกับ ~) เพื่อเปิดโหมดดูสูตรใน spreadsheet จากนั้น copy สูตรไป paste ใน text editor อย่าง Notepad หรือ TextEdit เสร็จแล้ว copy อีกรอบ ไป paste ใน spreadsheet ตรงตำแหน่งที่ต้องการ สุดท้ายกด Ctrl และ ` อีกรอบ เพื่อสลับกลับไปเป็นโหมดปกติ
    โฆษณา
วิธีการ 2
วิธีการ 2 ของ 4:

ใส่สูตรในคอลัมน์หรือในแถว

ดาวน์โหลดบทความ
  1. Excel ให้คุณกระจายสูตรไปตามคอลัมน์ หรือตามแถวได้โดย "filling" หรือเติมข้อมูลในเซลล์ ก็เหมือนทุกสูตรที่ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย = แล้วใช้ฟังก์ชั่นหรือเลขคณิตไหนก็ได้ตามต้องการ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง spreadsheet แบบง่ายๆ โดยจะเพิ่มคอลัมน์ A กับ B เข้าด้วยกัน ให้กด Enter หรือ Return เพื่อคำนวณสูตร
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 1
    10 9 19
    แถว 2
    20 8
    แถว 3
    30 7
    แถว 4
    40 6
  2. เคอร์เซอร์จะกลายเป็นเครื่องหมาย + ตัวหนา
  3. คลิกแล้วลากเคอร์เซอร์ไปตามคอลัมน์หรือแถวที่จะ copy. สูตรที่ใส่ไปจะโผล่มาตามเซลล์ที่เลือกโดยอัตโนมัติ การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพันธ์จะอัพเดทอัตโนมัติ เพื่ออ้างถึงเซลล์เดิมที่สัมพันธ์กัน จะไม่อยู่เหมือนเดิม ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง spreadsheet แสดงสูตรที่ใช้ และผลลัพธ์ที่ขึ้น
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 1
    10 9 = A1 + B1
    แถว 2
    20 8 = A2 + B2
    แถว 3
    30 7 = A3 + B3
    แถว 4
    40 6 = A4 + B4
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 1
    10 9 19
    แถว 2
    20 8 28
    แถว 3
    30 7 37
    แถว 4
    40 6 46
    • จะดับเบิลคลิกเครื่องหมายบวกก็ได้ เพื่อใส่สูตรในทั้งคอลัมน์ แทนการลากคลุม โดย Excel จะหยุดใส่สูตรในคอลัมน์ ถ้าเจอเซลล์ว่าง ถ้าข้อมูลอ้างอิงมีช่องว่าง ต้องทำขั้นตอนนี้ซ้ำ เพื่อใส่สูตรในคอลัมน์ล่างช่องว่าง
    • อีกวิธีใส่สูตรเดียวทั้งคอลัมน์ คือเลือกเซลล์ด้านล่าง ที่ติดกับเซลล์ที่มีสูตร แล้วกด Ctrl + D [2]
    โฆษณา
วิธีการ 3
วิธีการ 3 ของ 4:

copy สูตรแล้ว paste ลงในหลายเซลล์พร้อมกัน

ดาวน์โหลดบทความ
  1. ก็เหมือนทุกสูตร คือเริ่มด้วยเครื่องหมาย = แล้วใช้ฟังก์ชั่นหรือเลขคณิตไหนก็ได้ตามต้องการ ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง spreadsheet แบบง่ายๆ โดยจะเพิ่มคอลัมน์ A กับ B เข้าด้วยกัน ให้กด Enter หรือ Return เพื่อคำนวณสูตร
    ตัวอย่าง Spreadsheet
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 1 10 9 19
    แถว 2 20 8
    แถว 3 30 7
    แถว 4 40 6
  2. เพื่อ copy สูตรลงใน clipboard
  3. คลิกเลือกเซลล์หนึ่ง แล้วลากขึ้นหรือลงโดยใช้เมาส์หรือปุ่มลูกศรก็ได้ อันนี้จะต่างจากวิธีใส่สูตรในคอลัมน์หรือแถว คือเซลล์ที่จะ copy สูตรไปใส่ ไม่ต้องอยู่ติดกับเซลล์ที่ copy ข้อมูลมา ให้กด Control แล้วเลือก copy เซลล์และ range อื่นได้เลย
  4. สูตรจะโผล่มาในเซลล์ที่เลือก
    โฆษณา
วิธีการ 4
วิธีการ 4 ของ 4:

อ้างอิงตำแหน่งเซลล์แบบ Relative and Absolute

ดาวน์โหลดบทความ
  1. ในสูตร Excel ตัว "cell reference" หรือการอ้างอิงเซลล์ ก็คือที่อยู่ของเซลล์นั้น จะพิมพ์เองก็ได้ หรือคลิกเซลล์ที่จะใช้ตอนพิมพ์สูตร เช่น spreadsheet ต่อไปนี้ มีสูตรที่อ้างอิงถึงเซลล์ A2
    อ้างอิงแบบสัมพันธ์
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 2
    50 7 = A2 *2
    แถว 3
    100
    แถว 4
    200
    แถว 5
    400
  2. ในสูตร Excel การอ้างอิงแบบสัมพันธ์ จะใช้ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องของที่อยู่เซลล์ ในตัวอย่างนี้ C2 มีสูตร “=A2” ที่เป็นการอ้างอิงแบบสัมพันธ์กับค่าที่ห่างไปทางซ้าย 2 เซลล์ ถ้า copy สูตรไปใส่ใน C4 ก็จะยังอ้างถึง 2 เซลล์ทางซ้าย ที่ตอนนี้ขึ้นว่า “=A4”
    การอ้างอิงสัมพันธ์
    คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
    แถว 2
    50 7 = A2 *2
    แถว 3
    100
    แถว 4
    200 = A4 *2
    แถว 5
    400
    • ใช้กับเซลล์นอกแถวหรือคอลัมน์เดียวกันได้ด้วย ถ้า copy สูตรเดียวกันจากเซลล์ C1 ไปใส่ในเซลล์ D6 (ไม่แสดง) Excel จะเปลี่ยนการอ้างอิง "A2" ไปยังเซลล์ 1 แถวทางขวา (C→D) และ 5 แถวด้านล่าง (2→7) หรือ "B7"
  3. อย่างถ้าคุณ ไม่อยาก ให้ Excel เปลี่ยนสูตรอัตโนมัติ แทนที่จะใช้การอ้างอิงเซลล์แบบสัมพันธ์ ก็ให้อ้างอิงแบบ สัมบูรณ์ โดยใส่สัญลักษณ์ $ หน้าคอลัมน์หรือแถวที่จะเก็บไว้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะ copy สูตรไปไว้ที่ไหน [3] ต่อไปนี้เป็นตัวอย่าง 2 - 3 spreadsheet ที่แสดงสูตรเดิมเป็นข้อความขนาดใหญ่ ตัวหนา รวมถึงแสดงผลลัพธ์หลัง copy-paste สูตรใส่เซลล์อื่นแล้ว
    • คอลัมน์สัมพันธ์ แถวสัมบูรณ์ (B$1): สูตรจะอ้างอิงแบบสัมบูรณ์กับแถว 1 เพราะฉะนั้นจะอ้างอิงถึงแถว 1 เสมอ

      คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
      แถว 1
      50 7 = B$3
      แถว 2
      100 = A$3 = B$3
      แถว 3
      200 = A$3 = B$3
      แถว 4
      400 = A$3 = B$3

    • คอลัมน์สัมบูรณ์ แถวสัมพันธ์ ($B1): สูตรจะอ้างอิงแบบสัมบูรณ์กับคอลัมน์ B เพราะฉะนั้นจะอ้างอิงถึงคอลัมน์ B

      คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
      แถว1
      50 7 = $B1
      แถว 2
      100 = $B2 = $B2
      แถว 3
      200 = $B3 = $B3
      แถว 4
      400 = $B4 = $B4

    • คอลัมน์และแถวสัมบูรณ์ ($B$1): สูตรจะอ้างอิงแบบสัมพันธ์กับคอลัมน์ B ของแถว 1 เพราะฉะนั้นจะอ้างอิงถึงคอลัมน์ B ของแถว 1 เสมอ

      คอลัมน์ A คอลัมน์ B คอลัมน์ C
      แถว 1
      50 7 = $B$1
      แถว 2
      100 $B$1 $B$1
      แถว 3
      200 $B$1 $B$1
      แถว 4
      400 $B$1 $B$1

  4. กดปุ่ม F4 เพื่อสลับไปมาระหว่างสัมบูรณ์กับสัมพันธ์. เลือกการอ้างอิงเซลล์ในสูตรโดยคลิก จากนั้นกด F4 เพื่อเพิ่มหรือลบเครื่องหมาย $ โดยอัตโนมัติ ให้กด F4 ไปเรื่อยๆ จนเลือกการอ้างอิงสัมบูรณ์หรือสัมพันธ์ตามต้องการ จากนั้นกด Enter หรือ Return
    โฆษณา

เคล็ดลับ

  • ถ้า copy สูตรลงเซลล์ใหม่ แล้วมีสามเหลี่ยมสีเขียว แสดงว่า Excel สแกนเจอ error ให้เช็คสูตรดีๆ ว่ามีอะไรผิดไปหรือเปล่า [4]
  • ถ้าเผลอใช้ ? หรือ * แทน = ในวิธีการ "copy สูตรแบบเป๊ะๆ" แล้วค้นหา "?" หรือ "*" จะไม่ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ให้แก้โดยค้นหา "~?" หรือ "~*" แทน [5]
  • เลือกเซลล์ แล้วกด Ctrl ' (apostrophe) เพื่อใส่สูตรด้านบน ติดกับเซลล์นั้น
โฆษณา

คำเตือน

  • Excel ต่างเวอร์ชั่นกัน ก็อาจมีขั้นตอนแตกต่างไปจากใน screenshot ของบทความวิกิฮาวนี้
โฆษณา

เกี่ยวกับวิกิฮาวนี้

มีการเข้าถึงหน้านี้ 88,515 ครั้ง

บทความนี้เป็นประโยชน์กับคุณไหม

โฆษณา