บทความวิกิฮาวนี้จะแนะนำวิธีการปิด Caps Lock ที่ปกติทำให้พิมพ์ทุกอย่างออกมาเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ วิธีนี้ใช้ได้ทั้งใน Windows และ Mac คุณปิด Caps Lock ของคอมทั่วไปได้ง่ายมาก แค่กด "Caps Lock" ซ้ำ แต่ถ้าปุ่ม Caps Lock ค้าง ก็ต้องซ่อมกันซะก่อน หรือจะปิดการใช้งาน Caps Lock ไปเลยก็ได้ ถ้าไม่คิดจะใช้ Caps Lock ในคอมเครื่องนั้นอีก
ขั้นตอน
-
กดปุ่ม Caps Lock ซ้ำ. ถ้าตอนแรกเปิดโดยกดปุ่ม Caps Lock (ไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจ) ก็แค่กดปุ่มเดิมซ้ำ ถ้าคอมและคีย์บอร์ดใช้งานได้ตามปกติ เท่านี้ก็ปิด Caps Lock ได้แล้ว
-
ทำความสะอาดปุ่มที่ค้าง . ถ้ากดปุ่ม Caps Lock ซ้ำแล้วไม่ยอมปิด เป็นไปได้ว่าข้างใต้ค้าง ให้ทำความสะอาดโดยฉีดอากาศอัดกระป๋อง หรือใช้คอตตอนบัดจุ่มแอลกอฮอล์ล้างแผลแล้วเช็ดอย่างระวัง
- เป็นขั้นตอนที่ต้องระวังมาก เพราะถ้าตัวปุ่มหรือกลไกใต้ปุ่มเสีย ประกันของคอมจะขาดไปเลย
-
รีสตาร์ท. บางทีแค่รีสตาร์ท ปุ่ม Caps Lock ที่ค้างหรือเสียก็หายได้ โดย
- Windows - เปิด Start คลิก Power แล้วคลิก Restart
- Mac - เปิด Apple menu คลิก Restart... แล้วคลิก Restart ตอนที่ขึ้น
โฆษณา
-
เปิด Start. คลิกโลโก้ Windows ที่มุมซ้ายล่างของหน้าจอ
-
พิมพ์ notepad . เพื่อค้นหาโปรแกรม Notepad ในคอม ที่ใช้ปิดการทำงานของ Caps Lock ในคอมเครื่องนั้น
-
คลิก Notepad . ที่เป็นไอคอนสมุดโน้ตสีฟ้า ทางด้านบนของหน้าต่าง Start แล้วหน้าต่าง Notepad จะเปิดขึ้นมา
-
พิมพ์โค้ดปิดการทำงาน Caps Lock. ไฟล์ Notepad ใหม่นี้ จะมีหัวข้อ บรรทัดว่าง บรรทัดระบุตำแหน่ง และตัวโค้ด [1] X แหล่งข้อมูลอ้างอิง
- พิมพ์ Windows Registry Editor Version 5.00 แล้วกด ↵ Enter 2 ครั้ง
- พิมพ์ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Keyboard Layout] แล้วกด ↵ Enter
- พิมพ์
"Scancode Map"=hex:00,00,00,00,00,00,00,00,02,00,00,00,00,00,3a,00,00,00,00,00
ที่บรรทัดสุดท้ายของ Notepad
-
คลิก File . ที่มุมซ้ายบนของหน้าต่าง Notepad แล้วเมนูจะขยายลงมา
-
คลิก Save As… . ท้ายเมนูที่ขยายลงมา เพื่อเปิดหน้าต่าง "Save As"
-
พิมพ์ชื่อไฟล์. พิมพ์ disable_caps_lock.reg ในช่อง "File name" ท้ายหน้าต่าง
-
คลิกช่อง "Save as type" ให้ขยายลงมา. จะอยู่ใต้ช่อง "File name" คลิกแล้วเมนูจะขยายลงมา
-
คลิก All Files . ในเมนูที่ขยายลงมา
-
เลือกตำแหน่งเซฟไฟล์. คลิกโฟลเดอร์ที่หาง่ายๆ (เช่น Desktop ) ทางซ้ายของหน้าต่าง เลือกโฟลเดอร์ไหนก็จำไว้ เพราะเดี๋ยวต้องเปิดโฟลเดอร์นี้
-
คลิก Save . ที่มุมขวาล่างของหน้าต่าง เพื่อเซฟไฟล์ลงโฟลเดอร์ที่เลือกไว้
-
ติดตั้งไฟล์. ไปยังโฟลเดอร์ที่เซฟไฟล์ไว้ (ถ้าเลือกหน้า Desktop ก็แค่ย่อหน้าต่างที่เปิดไว้) แล้วดับเบิลคลิกเพื่อเปิด จากนั้นคลิก Yes จนมีแจ้งเตือนว่า merge registry file แล้ว
-
คลิก OK ตอนที่ขึ้น. จะอยู่ในแจ้งเตือนว่าคุณเปลี่ยน registry เรียบร้อยแล้ว
-
รีสตาร์ท. คลิก Start คลิก Power แล้วคลิก Restart ในเมนูที่โผล่มา พอคอมรีสตาร์ทเสร็จ จะเห็นว่าใช้งาน Caps Lock ไม่ได้แล้ว
- คุณลบไฟล์ที่สร้างไว้ได้เลยหลังรีสตาร์ท
โฆษณา
-
1เปิดเมนู Apple. คลิกโลโก้ Apple ที่มุมซ้ายบนของหน้าจอ แล้วเมนูจะขยายลงมา
-
2คลิก System Preferences… . ในเมนูที่ขยายลงมา เพื่อเปิดหน้าต่าง System Preferences
-
3คลิก Keyboard . ที่เป็นไอคอนรูปคีย์บอร์ด ในหน้าต่าง System Preferences เพื่อเปิดหน้าต่าง Keyboard
-
4คลิก tab Keyboard . ที่มุมซ้ายบนของหน้าต่าง Keyboard
-
5คลิก Modifier Keys… . ที่มุมขวาล่างของหน้าต่าง Keyboard แล้วหน้าต่าง pop-up จะโผล่มา
-
6คลิกช่อง Caps Lock ให้ขยายลงมา. ปกติจะอยู่กลางหน้าต่าง pop-up คลิกแล้วเมนูจะขยายลงมา
-
7คลิก No Action . ในเมนูที่ขยายลงมา
- ถ้าใช้ Mac แบบมี Touch Bar แทนปุ่มฟังก์ชั่นเป็นแถว ให้คลิก Escape แทน เพื่อตั้งฟังก์ชั่น "Escape" ให้ปุ่ม Caps Lock
-
8คลิก OK . ที่เป็นปุ่มสีฟ้าท้ายหน้าต่าง pop-up เพื่อเซฟค่าใหม่ ต่อไปนี้พอกด Caps Lock แล้วก็จะไม่เกิดอะไรเลย
- ถ้าทำตามขั้นตอนแล้วยังใช้ Caps Lock ได้ ให้รีสตาร์ท Mac เพื่อยืนยันค่าใหม่ซ้ำ โดยคลิก Apple menu คลิก Restart… แล้วคลิก Restart ตอนที่ขึ้น
โฆษณา
เคล็ดลับ
- ถ้าจะเปิดใช้ Caps Lock ใน Windows ใหม่อีกรอบ ต้องลบไฟล์ disable_caps_lock.reg จาก "HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\Keyboard Layout" ของ Registry Editor ก่อน จากนั้นรีสตาร์ท
โฆษณา
คำเตือน
- ถ้าปุ่ม Caps Lock ค้างอยู่ที่ "On" แถมปิดการใช้งาน Caps Lock ถาวรไม่ได้ ก็ยกคอมไปให้ช่างซ่อมจะดีกว่า
โฆษณา
ข้อมูลอ้างอิง
โฆษณา