ดาวน์โหลดบทความ
ดาวน์โหลดบทความ
การที่คุณไม่สามารถจะหยุดคิดถึงเรื่องที่น่าอับอายหรือคิดถึงคนชงกาแฟหน้าตาน่ารักได้นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าเรื่องเหล่านี้กวนใจคุณมากเกินไป ก็มีวิธีที่คุณสามารถนำไปใช้กำจัดความคิดฟุ้งซ่านของคุณได้ เริ่มโดยการตั้งใจอ่านบทความนี้อย่างจริงจัง
ขั้นตอน
-
เขียนความคิดของคุณ. ความคิดเหล่านี้ทำให้คุณไม่มีสมาธิที่จะทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันและทำให้คุณไม่มีความสุข มีแต่ความกังวลหรือกลุ้มใจ ดังนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก็คือ เขียนมันลงในกระดาษ เขียนความคิดฟุ้งซ่านของคุณทั้งหมดลงไปโดยเขียนเรียงจากเรื่องที่เครียดที่สุดไปหาเรื่องที่เครียดน้อยที่สุด
- ตัวอย่างเช่น หากคุณเอาแต่คิดว่าคุณอาจจะตกงาน คุณก็อาจจะเขียนประมาณว่า 1. ฉันจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าใช้จ่ายภายในบ้านและดูแลลูก 2. แล้วถ้าฉันหางานใหม่ไม่ได้ล่ะ 3. ฉันคงจะขายหน้ามากแน่ๆ ถ้าฉันถูกรปภ.ลากออกจากที่ทำงานพร้อมกล่องข้าวของของฉัน
- คุณจะต้องเริ่มการฝึกด้วยความคิดที่ทำให้คุณเครียดน้อยที่สุด
-
จินตนาการตามความคิดนั้น. นั่งหรือเอนตัวลงนอนในที่ที่เป็นส่วนตัว หลับตาแล้วจินตนาการถึงสถานการณ์ที่ทำให้คุณเครียด
-
หยุดความคิด. ตั้งเวลาเครื่องจับเวลา นาฬิกาหรือโทรศัพท์ไว้ 3 นาที จากนั้นให้มีสมาธิคิดถึงแต่เรื่องที่ไม่อยากจะคิดถึง เมื่อครบ 3 นาที ให้ตะโกนว่า “หยุด!” แล้วเอาเรื่องนั้นออกไปจากความคิดของคุณ ตั้งใจคิดถึงแต่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว (ชายหาดสวยๆ ฯลฯ) และคิดถึงแต่ภาพนั้นหรือจินตนาการนั้นอีก 30 วินาที ถ้าหากเรื่องกังวลใจโผล่เข้ามาในระหว่างนั้นให้ตะโกนว่า “หยุด!” อีกครั้ง
- ในตอนที่คุณพูดว่า “หยุด” นั้น คุณจะยืนขึ้น ดีดนิ้ว หรือปรบมือก็ได้ถ้าคุณต้องการ การกระทำเหล่านี้จะช่วยส่งเสริม “การหยุด” และยิ่งช่วยขัดขวางความคิดของคุณ
- แทนที่จะใช้เครื่องจับเวลา คุณสามารถอัดเสียงตัวเองตะโกนว่า “หยุด!” ลงในเครื่องอัดเสียง ทุก ๆช่วงหนึ่ง สอง และ สามนาที และใช้เครื่องบันทึกเสียงช่วยในการหยุดความคิด เมื่อคุณได้ยินว่า “หยุด” ให้ทำให้สมองโล่งเป็นเวลา 30 วินาที
-
ฝึกฝน. หมั่นทำตามขั้นตอนดังกล่าวจนสามารถขจัดความคิดไปตามใจสั่งได้ จากนั้นให้ทำตามขั้นตอนอีกครั้งและหยุดความคิดด้วยการพูดว่า “หยุด” ด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ต้องตะโกน เมื่อน้ำเสียงปกติของคุณสามารถหยุดความคิดได้แล้ว ให้ลองกระซิบว่า “หยุด” แทน เมื่อทำหลายๆ ครั้งเข้า คุณจะสามารถได้ยินคำว่า “หยุด” ภายในใจของคุณเอง เมื่อถึงจุดนี้ คุณจะสามารถหยุดความคิดได้ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นที่ไหนหรือเมื่อไหร่ก็ตาม และเมื่อคุณสามารถควบคุมความคิดของตัวเองได้แล้ว ก็ให้เลือกความคิดต่อไปจากรายการที่คุณเขียนไว้และทำตามขั้นตอนเดิมโฆษณา
-
อย่าอยู่เฉย. การเล่นกีฬาที่คุณต้องใช้สมาธิ ร่างกายหรือตากับมือต้องสัมพันธ์กันก็เป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้คุณไม่ต้องคิดเรื่องอื่นๆ นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังมีประโยชน์คือ ทำให้สมองเกิดการผลิตสารเอ็นดอร์ฟีนที่จะทำให้คุณอารมณ์ดีขึ้น
-
ทำสิ่งที่ต้องใช้พลังสมอง. ท้าทายตัวเองในด้านความคิดโดยการเล่นซูโดกุหรือครอสเวิร์ดให้จบ แก้ปริศนาตัวเลขยากๆ หรือทำตามขั้นตอนที่ซับซ้อนเพื่อที่จะทำโครงงานใดให้จบ ความคิดของคุณจะมุ่งความสนใจไปที่กิจกรรมเหล่านี้จนทำให้คุณไม่มีเวลาหรือไม่มีพลังสมองเหลือไปคิดถึงเรื่องไร้สาระอื่น ๆ
-
หัวเราะ. การหัวเราะจะทำให้ใจของคุณปราศจากความวิตกกังวล เมื่อเราหัวเราะ สมองเราจะไม่ว่าง เพราะสมองกำลังสั่งให้ร่างกายทำท่าทางและเสียงต่างๆ ออกมา การหัวเราะช่วยลดความเครียด ดังนั้นถ้าความคิดซ้ำๆ ทำให้คุณกังวลใจ การหัวเราะก็เป็นยาที่ดีสำหรับคุณ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนที่ทำให้คุณฮาได้ไม่หยุด เช่าหนังตลกมาดู หรือลองไปเข้าคลาสโยคะหัวเราะ คุณอาจจะหานักบำบัดที่เชี่ยวชาญในด้าน “การหัวเราะบำบัด” ที่จะสอนให้เราหัวเราะดังๆ กับสิ่งที่ปกติแล้วมันไม่ตลก และใช้อารมณ์ขันรับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้
-
พูดออกมา. บางครั้งวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดความคิดออกไปจากหัวของคุณก็คือ การเล่ามันออกมาให้คนอื่นฟัง หันไปหาเพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวที่เป็นผู้ฟังที่ดีแล้วเล่าให้พวกเขาฟังว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าหากคุณรู้สึกว่าการรับมือกับการคิดมากของคุณนั้นยากเกินกว่าที่เพื่อนจะช่วยได้ ก็ควรไปปรึกษานักบำบัดมืออาชีพหรือผู้ให้คำปรึกษาที่จะช่วยคุณได้เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญไลฟ์โค้ชราห์ติ กอร์เฟียนเป็นไลฟ์โค้ชและผู้ก่อตั้ง Creative Calling Coaching, LLC ราห์ติเป็นไลฟ์โค้ชที่มีใบรับรองจาก International Coach Federation ให้เป็น Professional Certified Coach (PCC), เป็นโค้ช ADHD Coach โดยสถาบัน ADD Coach Academy และ Career Specialty Services Provider (CSS) เธอได้รับการโหวตให้เป็นหนึ่งในไลฟ์โค้ชที่ดีที่สุด 15 คนในนิวยอร์กโดย Expertise ในปี 2018 เธอจบด้านการแสดงจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กและเป็นศิลปินแสดงละครเวทีมานานกว่า 30 ปี
แทนที่จะใช้เวลทั้งหมดอยู่ตามลำพัง ให้ครุ่นคิดและปรึกษาเพื่อนหรือคนในครอบครัว คุณยังควรทำกิจกรรมอย่างออกเดินระยะไกล ทำอะไรก็ได้ที่จะมากระทบรูปแบบความคิดในสมอง ถ้าคุณยังพบปัญหา ถึงตอนนั้นทำใจให้สบายในการขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ
โฆษณา
-
ฝึกที่จะยอมรับ. ถ้าคุณแค่พยายามที่จะไม่คิดถึงใครหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะถ้ามันง่ายขนาดนั้น คุณก็คงไม่มาอ่านบทความนี้ ที่จริงแล้ว ผลจากการค้นคว้าวิจัยพบว่า การยอมรับความคิดที่ไม่อยากคิดถึงนั้น ดีกว่าการพยายามเอามันออกไปจากหัว จากการศึกษากรณีหนึ่ง ผู้เข้าร่วมวิจัยที่ฝึกที่จะยอมรับความคิดนั้น มีความหมกมุ่นน้อยกว่า มีระดับความเครียดน้อยกว่าและมีความกังวลน้อยกว่าผู้ที่พยายามหยุดความคิดนั้น ๆ [1] X แหล่งข้อมูลที่เชื่อใจได้ Science Direct ไปที่แหล่งข้อมูล
- ยอมรับความคิดของคุณหรืออาจเรียกว่าให้ความสนใจมัน นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องชอบหรือยอมรับความคิดเหล่านั้น คุณเพียงแค่ต้องยอมรับในความเป็นจริงกับปัจจุบันของคุณ ยอมให้มันอยู่และไม่พยายามที่จะไปควบคุมหรือเปลี่ยนมัน การทำเช่นนี้จะทำให้ความคิดนั้นๆ มีอิทธิพลน้อยลงและจะโผล่มาในหัวน้อยลงกว่าเดิม
-
ใช้สิ่งอื่นดึงความสนใจ. คุณอาจจะลองทำให้ตัวเองไขว้เขวเพื่อที่จะเอาความคิดไม่พึงประสงค์ออกจากหัวแล้ว แต่คุณลองใช้สิ่งอื่นรบกวนความสนใจหรือยัง จากการศึกษาแนะนำว่า การดึงความสนใจด้วยสิ่งๆ เดียวนั้นดีกว่าการพยายามที่จะเบนความสนใจจากสิ่งที่ไม่ต้องการคิดถึง โดยการสนใจในของหลายๆ สิ่ง ความคิดที่ล่องลอยไร้จุดหมายนั้นเชื่อมโยงกับความเศร้า ดังนั้นจึงควรเลือกสิ่งที่สนใจโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือหรือเครื่องดนตรีสักชิ้นและให้ความสนใจ ตั้งใจกับมันอย่างเต็มที่
-
โยนมันออกไป. จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร “Psychological Science” นักวิจัยพบว่า เมื่อเราเขียนความคิดของเราลงไปในเศษกระดาษและโยนมันทิ้งไป ใจของเราก็ทิ้งความคิดนั้นไปเช่นกัน [2] X แหล่งข้อมูลที่เชื่อใจได้ Association for Psychological Science ไปที่แหล่งข้อมูล
-
จำไว้เป็นบทเรียน. ถ้าคุณหมกมุ่นอยู่กับความคิดนั้นๆ เพราะความผิดที่คุณเคยทำ และก็ยังรู้สึกผิดอยู่ซ้ำๆ ให้ลองคิดเสียว่าเหตุการณ์นั้นเป็นบทเรียน ถามตัวเองว่าคุณได้บทเรียนอะไรจากความผิดครั้งนั้น ลองสรุปมันออกมาสักหนึ่งประโยคหรือสั้นกว่านั้นและเขียนมันออกมา
-
ให้เวลากับมัน. เมื่อสถานการณ์หรือใครคนหนึ่งส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อชีวิต มันมักใช้เวลากว่าเราจะประมวลทุกอย่างได้ครบถ้วน โดยเฉพาะถ้ามันเป็นเรื่องที่เราไม่เคยเจอมาก่อน เช่น พบว่ามีคนหักหลัง เจอใครเสียชีวิตต่อหน้า หรือประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ การที่จิตใจจะเอาแต่ครุ่นคิดถึงเรื่องนี้นั้นเป็นวิธีการรับมือทางธรรมชาติ และแต่ละคนก็มีวิธีการแตกต่างกันไป การต้องใช้เวลามากสักหน่อยไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอหรือสู้คนอื่นเขาไม่ได้โฆษณา
เคล็ดลับ
- อย่าคิดว่า “ฉันต้องหยุดคิดถึงเรื่อง______” หรือ “ฉันไม่สามารถคิดถึง______” เพราะมันจะทำให้คุณยิ่งคิดถึงคนนั้นหรือสิ่งนั้นมากขึ้น
- อย่าคิดว่าจะต้องทำให้ได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เป็นไปได้ว่าหลังจากที่คุณพยายามทำทุกวิธีข้างต้น คนหรือสถานการณ์ที่คุณไม่อยากจะคิดถึงจะยังโผล่ขึ้นมาในความคิดของคุณอยู่ในบางครั้ง ยอมรับมันในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายของคุณที่จะก้าวต่อไป อดทนกับตัวเองและเดินหน้าต่อไปพร้อมความคิดที่ว่า ที่สุดแล้วคนๆ นี้หรือเรื่องราวนี้ก็จะหายไปจากความคิดของคุณ เพียงแค่ต้องใช้เวลาเท่านั้น
- ถ้าคุณยังคงคิดถึงมัน ลองหาใครสักคนคุยด้วย วิธีนี้จะทำให้ความสนใจของคุณไปอยู่ที่สิ่งที่คู่สนทนาของคุณพูด ไม่ใช่สถานการณ์ที่ไม่น่าจดจำ
- ถ้าคุณเจอพวกเขาทุกวัน ให้คิดไว้ในใจว่าเขาเป็นคนอื่น
โฆษณา
ข้อมูลอ้างอิง
- ↑ http://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0005796704000853
- ↑ http://www.psychologicalscience.org/index.php/news/releases/bothered-by-negative-unwanted-thoughts-just-throw-them-away.html
- http://www.ocdla.com/blog/ocd-thought-suppression-1249
- http://www.webmd.com/mental-health/positive-thinking-stopping-unwanted-thoughts#
- http://www.mayoclinic.org/healthy-living/stress-management/in-depth/exercise-and-stress/art-20044469
โฆษณา