ดาวน์โหลดบทความ ดาวน์โหลดบทความ

อยากรู้ไหมเขาเขียนโปรแกรมกันยังไง? สำหรับบางคน การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟังดูเป็นเรื่องท้าทาย จนพาลคิดไปว่าต้องเทคคอร์สกันจริงจัง สำหรับบางภาษา (ที่ใช้เขียนโปรแกรม) ก็ถือว่าถูก แต่รู้ไหมว่ายังมีอีกหลายภาษาที่ลองเรียนสัก 1 - 2 วันคุณก็พอจับทางเขียนโปรแกรม (เบื้องต้น) ได้แล้ว ภาษา Python [1] ก็เป็นหนึ่งในนั้น บอกเลยว่าแค่ไม่กี่นาทีคุณก็เขียนโปรแกรมพื้นฐานด้วยภาษา Python ได้แล้ว ว่าแล้วก็เลื่อนลงไปอ่านขั้นตอนที่ 1 กันเลยดีกว่า

ส่วน 1
ส่วน 1 ของ 5:

Windows

ดาวน์โหลดบทความ
  1. คุณสามารถดาวน์โหลดทุกอย่างที่ต้องการเพื่อเริ่มใช้ Python ได้จากเว็บไซต์ Python ( python.org/downloads ทางเว็บควรจะตรวจอัตโนมัติว่าคุณใช้ Windows และแสดงลิงก์ไปที่ Windows installer
  2. ตอนนี้มี Python อยู่สองเวอร์ชั่นให้เลือกavailable: 3.x.x กับ 2.7.10 Python ให้ดาวน์โหลดได้ทั้งคู่ แต่ผู้ใช้ใหม่ควรเลือกเวอร์ชั่น 3.x.x แต่ดาวน์โหลดเวอร์ชั่น 2.7.10 ถ้าคุณจะเอามาใช้งานกับ legacy Python code หรือกับโปรแกรมที่ยังไม่ปรับเป็น 3.x.x
    • ไกด์นี้ขอสมมติว่าคุณจะติดตั้งเวอร์ชั่น 3.x.x.
  3. คลิกปุ่มเวอร์ชั่นที่ต้องการจะดาวน์โหลด ใช้ installer นี้หลังจากดาวน์โหลดได้
  4. นี่จะให้คุณเปิดทำงาน Python โดยตรงจาก Command Prompt.
  5. นี่จะติดตั้ง Python พร้อมค่าที่ตั้งไว้ทั้งหมด ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้ส่วนใหญ่
    • หากคุณต้องการเลิกใช้บางหน้าที่การทำงาน ให้เปลี่ยนที่มาของตัวติดตั้งหรือติดตั้งตัวแก้ไข คลิกที่ "Customize installation" แทนแล้วติ๊กกล่องบางกล่องตามต้องการ
    โฆษณา

Mac

  1. เครื่องระบบ OS X ทุกตัวมาพร้อมกับ Python 2.7 ติดตั้งไว้แล้ว ถ้าไม่ต้องการใช้เวอร์ชั่นใหม่กว่านั้น ก็ไม่ต้องติดตั้งอะไร แต่ถ้าอยากเข้าถึง Python เวอร์ชั่นล่าสุด ก็จำเป็นต้องติดตั้งเวอร์ชั่น 3.x.x.
    • ถ้าต้องการจะใช้เวอร์ชั่นที่มีอยู่แล้ว คุณสามารถสร้าง scripts ใน text editor แล้วเปิดมันผ่านช่องทางนี้
  2. ไปที่ ( python.org/downloads ทางเว็บควรจะตรวจอัตโนมัติว่าคุณใช้ Mac และแสดงลิงก์ไปที่ installation files ถ้าไม่เป็นอย่างนั้น คลิกลิงก์ "Mac OS X"
  3. ทำตามคำสั่งที่ขึ้นมาเพื่อติดตั้ง Python ผู้ใช้ส่วนใหญ่เหมาะจะใช้ตามค่าตั้งต้น
  4. เพื่อตรวจดูว่าติดตั้งสำเร็จหรือไม่ ให้เปิด Terminal แล้วพิมพ์ python3 มันจะเริ่มเปิดหน้าจอ Python 3.x.x และแสดงเวอร์ชั่นนี้
    โฆษณา

Linux

  1. Linux เกือบทั้งหมดติดตั้ง Python มาแล้ว คุณตรวจดูว่าใช้เวอร์ชั่นไหนโดยการเปิด Terminal แล้วพิมพ์ python
  2. เปิดหน้าต่าง Terminal แล้วพิมพ์ sudo apt-get install python
    • คุณยังสามารถติดตั้ง Python โดยใช้แอป Add/Remove Applications ของ Ubuntu ที่อยู่ในหน้าต่าง Applications
  3. เปิดหน้าต่าง Terminal แล้วพิมพ์ sudo yum install python
  4. ล็อกอินในฐานะผู้ใช้งานหลัก พิมพ์ pacman -S python
  5. ถ้าต้องการจะใช้ Python development environment ก็ใช้ software manager แค่ค้นหา "python idle" เพื่อติดตั้งมัน
    โฆษณา

ส่วนสำคัญอื่นๆ

  1. ถ้าเป็นผู้ใช้ทั่วไปก็ลง interpreter ได้เลย ไม่ต้องปรับเปลี่ยน settings ใดๆ คุณควบรวม Python กับ Command Prompt ได้โดยเลือกตัวเลือกสุดท้ายในรายการ modules ที่มี [2]
  2. จริงๆ คุณสร้างโปรแกรมภาษา Python ใน Notepad หรือ TextEdit ได้เลย แต่จะอ่าน/เขียนโค้ดง่ายกว่ามาก ถ้าใช้โปรแกรม text editor สำหรับการนี้โดยเฉพาะ คุณเลือกได้หลายโปรแกรมฟรี ตั้งแต่ Notepad++ (Windows), TextWrangler (Mac) ไปจนถึง JEdit (ทุกระบบ)
  3. เปิด Command Prompt (Windows) หรือ Terminal (Mac/Linux) แล้วพิมพ์ python Python จะเปิดขึ้นมา และมีเลขเวอร์ชั่นให้ดูด้วย คุณจะเห็น command prompt ของ Python interpreter เขียนว่า >>>
    • ให้พิมพ์ print("Hello, World!") แล้วกด Enter ข้อความ Hello, World! ก็จะไปขึ้นเป็นบรรทัดคำสั่งล่างสุดในหน้าต่าง command prompt ของ Python
    โฆษณา
ส่วน 2
ส่วน 2 ของ 5:

ทำความรู้จักแนวคิดเบื้องต้น

ดาวน์โหลดบทความ
  1. Python เป็นภาษาที่ถูกแปล/แปลงแล้ว (interpreted language) แปลว่าคุณเปิดโปรแกรมได้ทันทีที่แก้ไขไฟล์ จะใช้คำสั่งวนซ้ำ (loop/iterate) ปรับปรุง (revise) หรือแก้ไขโปรแกรมตรงไหนก็เร็วได้ใจกว่าภาษาอื่นเยอะ
    • Python เป็นหนึ่งในภาษาเขียนโปรแกรมที่เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายที่สุด แค่ไม่กี่นาทีคุณก็สร้างโปรแกรม (พื้นฐาน) ได้แล้ว
  2. คุณใช้ interpreter ทดสอบโค้ดได้โดยยังไม่ต้องเพิ่มเข้าโปรแกรมจริงๆ สะดวกมากสำหรับมือใหม่หัดใช้คำสั่ง หรือเวลาจะเขียน throw-away program (ต้นแบบโปรแกรมที่ไม่ได้เอาไว้ใช้งานจริง)
  3. Python นั้นเป็นภาษาแบบ object-oriented คือทุกอย่างในโปรแกรมจะถูกจัดเป็น object โดยคุณไม่ต้องประกาศตัวแปร (declare variables) ตอนเริ่มโปรแกรม (จะทำตอนไหนก็ได้) และไม่ต้องระบุชนิดตัวแปรเฉพาะเจาะจง (เช่น integer, string เป็นต้น)
    โฆษณา
ส่วน 3
ส่วน 3 ของ 5:

คิดเลขด้วย Python Interpreter

ดาวน์โหลดบทความ

ลองใช้ฟังก์ชั่นเครื่องคิดเลขง่ายๆ ดูก่อน จะได้เข้าใจ syntax ของ Python รวมถึงวิธีจัดการจำนวนและ string ต่าง

  1. เปิด Command Prompt หรือ Terminal แล้วพิมพ์ python จากนั้นกด Enter เพื่อเปิด Python interpreter คุณจะเห็น command prompt ( >>> ) ของ Python
    • ถ้าคุณไม่ได้ควบรวม Python กับ command prompt ของระบบ ก็ต้องเข้าโฟลเดอร์ Python ก่อน ถึงจะเปิด interpreter ได้
  2. คุณใช้ Python คิดเลขง่ายๆ ได้ ลองดูตัวอย่างที่เรายกมาในกรอบข้างล่าง ว่าใช้ฟังก์ชั่นเครื่องคิดเลขยังไง หมายเหตุ: # ใช้ใส่ความคิดเห็นในโค้ด Python ไม่มีผลกับฟังก์ชั่นของ interpreter แต่อย่างใด
     >>> 
     3 
     + 
     7 
     10 
     >>> 
     100 
     - 
     10 
     * 
     3 
     70 
     >>> 
     ( 
     100 
     - 
     10 
     * 
     3 
     ) 
     / 
     2 
     # ผลหารจะออกมาเป็นจำนวนจุดลอยตัว (ทศนิยม) เสมอ 
     35.0 
     >>> 
     ( 
     100 
     - 
     10 
     * 
     3 
     ) 
     // 
     2 
     # Floor division (เครื่องหมาย "/" 2 ตัว) จะปัดทศนิยมในผลลัพธ์ออก 
     35 
     >>> 
     23 
     % 
     4 
     # นี่จะคำนวณผลหารที่เหลือ 
     3 
     >>> 
     17.53 
     * 
     2.67 
     / 
     4.1 
     11.41587804878049 
    
  3. คุณใช้ตัวดำเนินการ (operator) ** กำหนดเลขยกกำลังได้ Python จะคำนวณได้ทีละมากๆ ตามตัวอย่างข้างล่าง
     >>> 
     7 
     ** 
     2 
     # 7 ยกกำลัง 2 
     49 
     >>> 
     5 
     ** 
     7 
     # 5 ยกกำลัง 7 
     78125 
    
  4. คุณใช้ตัวแปร (variable) ใน Python คำนวณพีชคณิตง่ายๆ ได้ เป็นตัวอย่างที่ควรศึกษาเรื่องวิธีกำหนดตัวแปรในโปรแกรม Python คุณใส่ตัวแปรได้ด้วยสัญลักษณ์ = ลองศึกษาตัวอย่างข้างล่างดู
     >>> 
     a 
     = 
     5 
     >>> 
     b 
     = 
     4 
     >>> 
     a 
     * 
     b 
     20 
     >>> 
     20 
     * 
     a 
     // 
     b 
     25 
     >>> 
     b 
     ** 
     2 
     16 
     >>> 
     width 
     = 
     10 
     # ตัวแปรจะเป็น string ไหนก็ได้ 
     >>> 
     height 
     = 
     5 
     >>> 
     width 
     * 
     height 
     50 
    
  5. พอใช้เสร็จแล้วก็ปิด interpreter ได้เลย แล้วกลับไปที่ command prompt โดยกด Ctrl + Z (Windows) หรือ Ctrl + D (Linux/Mac) แล้วกด Enter หรือพิมพ์ quit() แล้วกด Enter ก็ได้
    โฆษณา
ส่วน 4
ส่วน 4 ของ 5:

สร้างโปรแกรมแรกของคุณ

ดาวน์โหลดบทความ
  1. คุณสร้าง test program หรือโปรแกรมทดสอบได้ทันที ซึ่งจะช่วยให้คุณทำความคุ้นเคยกับวิธีการสร้างและเซฟโปรแกรมเบื้องต้น จากนั้นก็เอาไปเปิดใน interpreter ได้เลย นอกจากนี้คุณยังทดสอบได้ด้วย ว่า interpreter ติดตั้งถูกต้องหรือยัง
  2. "Print" เป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นพื้นฐานของ Python ใช้แสดงข้อมูลใน terminal ตอนเขียนโปรแกรม หมายเหตุ: "print" ถือเป็นฟังก์ชั่นของ Python 3 ที่เปลี่ยนไปจาก Python 2 มาก โดยใน Python 2 นั้นคุณต้องพิมพ์ "print" ตามด้วยข้อมูลที่จะแสดง แต่ใน Python 3 "print" กลายมาเป็นฟังก์ชั่นเต็มตัว คุณต้องพิมพ์ "print()" โดยข้อความที่จะแสดงจะอยู่ในวงเล็บ
  3. หนึ่งในวิธีทดสอบภาษาเขียนโปรแกรมที่ง่ายที่สุด ก็คือแสดงข้อความ "Hello, World!" ให้ได้ ให้คุณพิมพ์ข้อความนี้ใน "print()" statement รวมถึงใส่เครื่องหมายคำพูดด้วย
     print 
     ( 
     "Hello, World!" 
     ) 
    
    • Python ต่างจากภาษาอื่นตรงที่คุณไม่ต้องปิดบรรทัดด้วย ; และไม่ต้องใส่วงเล็บปีกกา ( {} ) เวลากำหนด block โดยในภาษา Python จะกำหนด block ด้วยการย่อหน้าแทน
  4. คลิกเมนู File ของโปรแกรม text editor แล้วเลือก Save As ในเมนูที่ขยายลงมา ใต้ช่องพิมพ์ชื่อ ให้เลือก file type หรือชนิดไฟล์ของ Python ถ้าคุณใช้ Notepad (ซึ่งเราไม่แนะนำ) ให้เลือก "All Files" แล้วเติม ".py" ต่อท้ายชื่อไฟล์
    • ให้เซฟไฟล์ไว้ในตำแหน่งที่หาง่ายหน่อย เพราะเดี๋ยวต้องไปที่ไฟล์นั้นใน command prompt
    • ในตัวอย่างนี้ เราจะเซฟไฟล์ชื่อ "hello.py"
  5. เปิด Command Prompt หรือ Terminal แล้วไปตำแหน่งที่เซฟไฟล์ไว้ พอเจอแล้วให้เปิดไฟล์โดยพิมพ์ hello.py แล้วกด Enter ถ้าทุกอย่างถูกต้อง คุณจะเห็นข้อความ Hello, World! ขึ้นที่ล่าง command prompt
    • อันนี้แล้วแต่ว่าคุณลง Python ไว้ยังไงและเลือกใช้เวอร์ชั่นไหน บางทีก็ต้องพิมพ์ python hello.py หรือ python3 hello.py ถึงจะเปิดโปรแกรมได้
  6. หนึ่งในข้อดีที่เห็นได้ชัดของ Python ก็คือคุณทดสอบโปรแกรมใหม่ที่เพิ่งเขียนไปได้ทันที วิธีฝึกเขียนโปรแกรมที่แนะนำ คือเปิด command prompt คู่ไปกับโปรแกรม text editor พอเซฟค่าใหม่ใน editor เมื่อไหร่ ก็เปิดโปรแกรมจากหน้าต่าง command ได้ทันที ทำให้ทดสอบค่าใหม่ของโปรแกรมได้รวดเร็วทันใจ
    โฆษณา
ส่วน 5
ส่วน 5 ของ 5:

สร้างโปรแกรมขั้นสูง

ดาวน์โหลดบทความ
  1. Flow control statement ให้คุณควบคุมฟังก์ชั่นของโปรแกรมได้โดยกำหนดเงื่อนไขแบบเฉพาะเจาะจง [3] statement พวกนี้ถือเป็นหัวใจของการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python คุณใช้สร้างโปรแกรมที่มีฟังก์ชั่นการทำงานแตกต่างกันไปได้ แล้วแต่ข้อมูลและเงื่อนไขต่างๆ while statement นั้นเป็นตัวแรกที่น่าทดลอง ในตัวอย่างนี้จะใช้ while statement คำนวณลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci) ได้มากถึง 100
     # แต่ละจำนวนในลำดับ Fibonacci คือ 
     # ผลรวมของ 2 จำนวนก่อนหน้า 
     a 
     , 
     b 
     = 
     0 
     , 
     1 
     while 
     b 
     < 
     100 
     : 
     print 
     ( 
     b 
     , 
     end 
     = 
     ' ' 
     ) 
     a 
     , 
     b 
     = 
     b 
     , 
     a 
     + 
     b 
    
    • ลำดับจะไล่ไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ (while) b นั้นน้อยกว่า (<) 100
    • ผลลัพธ์จะเป็น 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89
    • คำสั่ง end=' ' จะแสดงผลลัพธ์ในบรรทัดเดียวกัน แทนที่จะแยกแต่ละค่า (value) ไว้คนละบรรทัดกัน
    • มีบางอย่างในโปรแกรมพื้นฐานที่ควรรู้ถ้าคิดจะสร้างโปรแกรมซับซ้อนกว่าในภาษา Python
      • สังเกตย่อหน้า : หมายความว่าบรรทัดต่อๆ มาจะถูกย่อหน้าเข้าไป และเป็นส่วนหนึ่งของ block ในตัวอย่างข้างบน print(b) กับ a, b = b, a+b นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ block while การย่อหน้าให้ถูกนั้นสำคัญมาก เพราะจะเป็นตัวกำหนดเลยว่าโปรแกรมจะใช้งานได้หรือเปล่า
      • หลายตัวแปรอยู่ในบรรทัดเดียวกันได้ อย่างในตัวอย่างข้างบน a กับ b นั้นก็อยู่ในบรรทัดแรกทั้งคู่
      • ถ้าคุณเปิดโปรแกรมนี้ใน interpreter โดยตรง คุณต้องปิดท้ายด้วยบรรทัดใหม่ว่างๆ interpreter จะได้รู้ว่าโปรแกรมเสร็จแล้ว
  2. คุณกำหนดฟังก์ชั่นไว้เรียกใช้ในโปรแกรมทีหลังได้ สะดวกมากถ้าอยากได้หลายๆ ฟังก์ชั่นในโปรแกรมเดียว ในตัวอย่างต่อไปนี้ คุณสร้างฟังก์ชั่นเรียกเลข Fibonacci ที่เหมือนกับจำนวนที่คุณเพิ่งเขียนไปได้ [4]
     def 
     fib 
     ( 
     n 
     ): 
     a 
     , 
     b 
     = 
     0 
     , 
     1 
     while 
     a 
     < 
     n 
     : 
     print 
     ( 
     a 
     , 
     end 
     = 
     ' ' 
     ) 
     a 
     , 
     b 
     = 
     b 
     , 
     a 
     + 
     b 
     print 
     () 
     # หลังจากนี้คุณเรียกใช้จำนวน Fibonacci ก่อนหน้านี้ 
     # กับค่าไหนก็ได้ที่ต้องการ 
     fib 
     ( 
     1000 
     ) 
    
    • จากนี้คุณจะได้ 0 1 1 2 3 5 8 13 21 34 55 89 144 233 377 610 987 ออกมา
  3. Flow control statement ให้คุณกำหนดเงื่อนไขเฉพาะไว้เปลี่ยนการทำงานของโปรแกรมได้ ถือว่าสำคัญมากถ้าต้องรับมือกับข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา ตัวอย่างต่อไปนี้จะใช้ if , elif (else if) กับ else ในการสร้างโปรแกรมพื้นฐานสำหรับประเมินอายุของผู้ใช้ [5]
     age 
     = 
     int 
     ( 
     input 
     ( 
     "Enter your age: " 
     )) 
     if 
     age 
     <= 
     12 
     : 
     print 
     ( 
     "It's great to be a kid!" 
     ) 
     elif 
     age 
     in 
     range 
     ( 
     13 
     , 
     20 
     ): 
     print 
     ( 
     "You're a teenager!" 
     ) 
     else 
     : 
     print 
     ( 
     "Time to grow up" 
     ) 
     # ถ้ามี statement ไหนเป็นความจริง 
     # ข้อความที่เกี่ยวข้องจะโผล่ขึ้นมา 
     # แต่ถ้าไม่มี statement ไหนจริงเลย ข้อความที่เป็น "else" 
     # จะโผล่มาแทน 
    
    • โปรแกรมนี้ยังแนะนำให้คุณรู้จักอีก 2 - 3 statement ที่สำคัญด้วย คุณจำไปใช้ได้กับอีกหลายโปรแกรมเลย
      • input() - บอกให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลด้วยคีย์บอร์ด ผู้ใช้จะเห็นข้อความในวงเล็บ อย่างในตัวอย่างนี้ input() นั้นอยู่ในฟังก์ชั่น int() อีกที แปลว่าทุกข้อมูล (input) จะถูกมองว่าเป็นจำนวนเต็ม (integer)
      • range() - ฟังก์ชั่นนี้ใช้ได้หลายแบบ อย่างในตัวอย่างนี้ใช้เช็คว่าเป็นจำนวนตั้งแต่ 13 - 20 หรือเปล่า ถ้าเกินกว่าระยะนี้จะไม่ถูกนำมาคำนวณรวม
  4. ในตัวอย่างก่อนหน้า เราใช้สัญลักษณ์ "น้อยกว่าหรือเท่ากับ" (<=) เช็คว่าอายุที่ผู้ใช้พิมพ์มาตรงตามเงื่อนไขหรือเปล่า คุณใช้ conditional expressions เดียวกันนี้เหมือนเวลาคำนวณเลขได้ แต่ให้พิมพ์ต่างออกไป
    ความหมาย สัญลักษณ์ สัญลักษณ์ Python
    Conditional Expressions. [6]
    น้อยกว่า
    < <
    มากกว่า
    > >
    น้อยกว่าหรือเท่ากับ
    <=
    มากกว่าหรือเท่ากับ
    >=
    เท่ากับ
    = ==
    ไม่เท่ากับ
    !=
  5. ที่เราหยิบยกมาเป็นแค่ความรู้พื้นฐานการเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python เท่านั้น ถึงจะนับเป็นหนึ่งในภาษาที่เข้าใจง่ายที่สุด แต่ก็ยังมีรายละเอียดรอให้คุณศึกษาอีกมากกว่านี้ คุณจะเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากการลงมือหัดเขียนโปรแกรมไปเรื่อยๆ นี่แหละ! อย่างน้อยคุณก็เขียนโปรแกรมจากศูนย์ได้ทันใจใน interpreter เลย เวลาจะทดสอบค่าใหม่ของโปรแกรมก็ง่ายพอๆ กับตอนเปิดโปรแกรมจากในหน้าต่าง command line เลย
    • มีตำราสอนเขียนโปรแกรมด้วยภาษา Python ดีๆ หลายเล่มเลย เราขอยกมาเฉพาะภาษาอังกฤษ คือ "Python for Beginners", "Python Cookbook" แล้วก็ "Python Programming: An Introduction to Computer Science"
    • แต่ที่เยอะและหาอ่านได้ง่ายที่สุดก็คือสารพัดเว็บในอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้น Python 2.X อยู่ ให้ลองนำตัวอย่างมาปรับใช้ดู
    • ถ้าคุณต้องการจะใช้ python แบบออนไลน์แต่ต้องการใช้ python 3 Repl [1] มีตัวแปล python ที่ใช้ระบบ linux เทียม อีกแหล่งหนึ่งออนไลน์สำหรับชาว "pythonista" (โปรแกรมเมอร์ที่ชอบ python ทั้งหลาย) ก็คือ thinkfunctional [2] ส่วนถ้าต้องการความท้าทายกว่านั้น "Automate the Boring Stuff" [3] และ Project Euler [4] ก็มีให้ลองดู
    • เดี๋ยวนี้ตามมหาวิทยาลัยเขาก็เปิดคอร์สสอนภาษา Python กัน โดยเฉพาะพวกวิชาเขียนโปรแกรมพื้นฐาน เพราะถือเป็นภาษาที่เข้าใจและเรียนรู้ได้ง่ายที่สุดภาษาหนึ่งเลย
    โฆษณา

เคล็ดลับ

  • Python นี่แหละหนึ่งในภาษาเขียนโปรแกรมที่ง่ายที่สุด แต่ก็ต้องอาศัยความสนใจและตั้งใจในการเรียนรู้ด้วย ถ้าคุณพอมีความรู้พื้นฐานด้านพีชคณิตรับรองจะไปโลด เพราะ Python นั้นเน้นด้านการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ซะเป็นส่วนใหญ่
โฆษณา

เกี่ยวกับวิกิฮาวนี้

มีการเข้าถึงหน้านี้ 52,109 ครั้ง

บทความนี้เป็นประโยชน์กับคุณไหม

โฆษณา